วันพุธที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2564

พลังของกฎ 4 วินาที

         การลงมือทำนั้นสำคัญที่สุดสำหรับการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม แต่แล้วเราก็จบลงแค่การคิด ทำไมคนส่วนใหญ่จึงได้แต่คิด เพราะอะไรการลงมือทำอะไรบางอย่างจึงดูยากเย็นแสนเข็ญ นักวิจัยได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้มากพอสมควร หากเราอยากอ่านงานวิจัยด้านนี้ ลองค้นหาคำว่า "วิจัยด้านสมอง" มีให้อ่านมากมายก่ายกองเลยทีเดียวครับ วันนี้ผมได้อ่านเรื่องนึงที่น่าสนใจนั่นคือการ หลอกสมองเรา สมองเราจะมีความสนใจใคร่รู้และรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งใหม่เพียง 4 วินาทีเท่านั้น ดังนั้นจึงมีงานเขียนหลายท่านที่บอกเราว่าถ้าเราอยากสร้างความประทับใจแรกพบให้กับใครสักคนให้ทำใน 4 วินาที จึงเป็นที่มาว่าเราต้องแต่งตัวให้ดี พูดให้ดี ยิ้ม ทำบุคลิกให้น่าประทับใจในการพบกันครั้งแรกนั่นเอง เพราะสมองเราจะตัดสินว่าเราควรจะไปต่อกับสิ่งที่เราได้สัมผัสตรงหน้านั่นหรือไม่ นั่นเอง



เพจ1องศา

กฎของ 4 วินาที ที่เราจะนำมาหลอกสมองของเราให้ลงมือทำอะไรบางอย่างให้เราทำดังนี้

1. เมื่อเราคิดไอเดียดีๆ ได้ให้รีบจด หรืออัดบันทึกเสียงเอาไว้ทันทีอย่าปล่อยให้ไอเดียต่างๆ ที่ผุดขึ้นมาลอยหายไปอย่างน่าเสียดาย

2. เมื่อเรากลับมาทบทวนไอเดียที่เราทำไว้แล้วในข้อ 1 ให้นำมาแยกองค์ประกอบว่าอะไรจะช่วยให้เราลงมือทำได้ง่ายและเร็วที่สุด เช่น เราอยากอ่านหนังสือก่อนนอนวันละ 10 หน้า ให้เราหาหนังสือที่เราจะอ่านวางไว้ข้างที่นอนใกล้ตัวเราที่สุดก่อนที่จะนอน พร้อมโคมไฟที่ปิดได้ง่ายๆ หลังจากที่อ่านหนังสือเรียบร้อยแล้ว เป็นต้น สิ่งที่ต้องทำสำหรับข้อนี้คือสร้างสภาพแวดล้อมให้ตัวเราเองได้ตัดสินใจทำสิ่งนั้นๆ ได้เร็วและง่ายขึ้นนั่นเอง

3. เมื่อเราทำตามไอเดียของเราได้แล้วไม่ว่าจะครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ตาม ต้องขอบคุณตัวเราเอง ยินดีกับตัวเองที่ทำได้สำเร็จในแต่ละครั้ง

4. พึงพอใจและทบทวนไอเดียที่ได้ลงมือทำไปแล้วว่าระดับความสำเร็จนั้นเพียงพอสำหรับความภาคภูมิใจเพียงใด และคิดถึง ใฝ่ถึงไอเดียใหม่ๆ ที่จะต่อยอดเพิ่มพูนสิ่งที่ทำได้แล้ว ต่อไปอย่างไรดี


เรื่องราวเหล่านี้ผมลองทดสอบกับตัวเองที่ขี้เกียจจะนั่งสมาธิตอนตื่นนอนใหม่ๆ เพราะดิดนิสัยตื่นนอนแล้วนอนต่อไปอีก ผมเฝ้าถามว่าตัวเองมีความสุขกับการนั่งสมาธิไหม คำตอบคือชัดมากว่ามีความสุขและอยากทำ แต่ก็โดนสมองหลอกเสมอว่านอนต่อสบายกว่านั่นเอง ดังนั้นทุกครั้งที่รู้สึกตัวตื่นนอนให้บิดขี้เกียจภายใน 4 วินาที หลังจากนั้นเก็บที่นอน แล้วนั่งสมาธิในที่จัดไว้ที่สามารถเดินไปถึงไม่เกิน 4 วินาทีนั่นเอง จึงทำให้เราสามารถทำกิจกรรมที่เราต้องการได้อย่างมีความสุขและน่าภาคภูมิใจ และเราก็ให้กำลังใจตัวเอง เพิ่มพูนการเจริญสมาธิในอิริยาบทต่างๆ ได้มากขึ้น และทำให้ชีวิตประจำวันเต็มไปด้วยช่วงเวลาของการเจริญสมาธิ และทำให้ชีวิตเรามีความสุขง่ายขึ้น ไม่ต้องพึ่งพาสิ่งภายนอกเพื่อสร้างความสุขมากเกินไป นี่คือสิ่งที่เราสามารถประยุกต์ #กฎ 4 วินาที ได้ทุกๆ เรื่องที่เรามีไอเดียที่จะลงมือทำ

ผมหวังว่าเรื่องราวนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกๆ คน หากนำไปใช้แล้วมีเรื่องราวน่าประทับใจนำมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ


ท.จันทร์แจ่ม

ป้ายกำกับ: , , ,